ข้อมูลพื้นฐาน

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ลาว-ไทย

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกับไทยทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม มีเขตแดนติดต่อกับไทยทั้งทางบกและทางน้ำเป็นแนวยาวถึง 1,810 กิโลเมตร

สปป.ลาวเป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทางทะเล แต่สามารถเป็นจุดเชื่อมต่อ (land link) ด้านการคมนาคมขนส่งจากไทย ไปประเทศที่สามในอนุภูมิภาค ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ข้ามแม่น้ำโขงทั้ง 4 แห่ง ได้แก่หนองคาย-เวียงจันทน์(8 เมษายน 2537) มุกดาหาร-สะหวันนะเขต(20 ธันวาคม 2549) นครพนม-คำม่วน(11 พฤษจิกายน 2554) เชียงราย-บ่อแก้ว(11 ธันวาคม 2556) และในอนาคตอันใกล้จะมีสะพานแห่งที่ 5 ที่ บึงกาฬ-บอลิคำไซ และแห่งที่ 6 ที่ อุบลราชธานี-สาละวัน ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ

สปป.ลาวมีรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะป่าไม้และแร่ธาตุ เช่น ทองคำ ทองแดง และบ็อกไซต์ ซึ่งเป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตอลูมิเนียม มีเขื่อนหลายแห่งที่ผลิตไฟฟ้า พลังน้ำส่งไปขายประเทศเพื่อนบ้านรวมทั้งไทย ภาคใต้ของสปป.ลาวเป็นที่ราบสูงที่เป็นแหล่งปลูกกาแฟคุณภาพดี

นอกจากนี้ การท่องเที่ยวก็เป็นแหล่งรายได้ที่เพิ่มความสำคัญขึ้นมาก จุดเด่นของสปป.ลาว คือ ธรรมชาติที่ยังบริสุทธิ์และวัฒนธรรมประเพณี สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น เมืองหลวงพระบาง (มรดกโลก) ทุ่งไหหิน น้ำตกคอนพะเพ็ง น้ำตกหลี่ผี และปราสาทวัดพู (มรดกโลก)


ข้อมูลทั่วไป

พื้นที่ 237,000 ตารางกิโลเมตร
เขตการปกครอง 17 แขวง ได้แก่ พงสาลี หลวงน้ำทา บ่อแก้ว หัวพัน หลวงพระบาง เชียงขวาง อุดมไซ ไซยะบุลี เวียงจัน บอลิคำไซ คำม่วน สะหวันนะเขต สาละวัน จำปาสัก เซกอง อัดตะปือ ไชยสมบูรณ์ และ 1 นครหลวง (นครหลวงเวียงจันทน์)

แขวงที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุด คือ แขวงสะหวันนะเขต (21,774 ตารางกิโลเมตร)
แขวงที่มีพื้นที่เล็กที่สุด คือ นครหลวงเวียงจันทน์ (3,960 ตารางกิโลเมตร)
เมืองหลวง นครหลวงเวียงจันทน์
ประชากร 6.85 ล้านคน (2560)

แขวงที่มีประชากรมากที่สุด คือ แขวงสะหวันนะเขต (ประมาณ 900,000 คน)
แขวงที่มีประชากรน้อยที่สุด คือ แขวงเซกอง (ประมาณ 90,000 คน)
ส่วนนครหลวงเวียงจันทน์มีประชากรประมาณ 725,000 คน
ภาษาราชการ ภาษาลาว
วันชาติ 2 ธันวาคม
วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย 19 ธันวาคม 2493 (ค.ศ.1950)

การเมืองการปกครอง

ประธานประเทศ นายบุนยัง วอละจิด
รองประธานประเทศ นายพันคำ วิพาวัน
ประธานสภาแห่งชาติ นางปานี ยาท่อตู้
นายกรัฐมนตรี นายทองลุน สีสุลิด

ประมุขของ สปป.ลาว คือ ประธานประเทศ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของสภาแห่งชาติ โดยได้รับคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของสมาชิกสภาที่เข้าประชุม ประธานประเทศมีอำนาจลงนามประกาศใช้กฎหมายที่ผ่านความเห็นชอบของสภาแห่งชาติ แต่งตั้ง หรือย้ายเจ้าแขวงตามที่นายกรัฐมนตรีเสนอ และให้นิรโทษกรรม เป็นต้น

รัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐบาลเป็นผู้วางแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ดูแลเรื่องการป้องกันประเทศ การทำความตกลงกับต่างประเทศ เสนองบประมาณให้สภาแห่งชาติพิจารณาอนุมัติ (ปีงบประมาณของสปป.ลาวเริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม- 30 กันยายนของปีถัดไป) รวมทั้งรายงานผลการปฏิบัติงานให้สภาแห่งชาติและประธานประเทศทราบ หัวหน้าฝ่ายบริหารคือนายกรัฐมนตรี ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของประธานประเทศ โดยผ่านความเห็นชอบของสภาแห่งชาติ วาระของรัฐบาลเท่ากับวาระของสภาแห่งชาติ

การบริหารท้องถิ่น

การบริหารท้องถิ่นของ สปป.ลาว มี 3 ระดับ คือ แขวง (เทียบเท่าจังหวัด) เมือง (เทียบเท่าอำเภอ) และบ้าน (เทียบเท่าหมู่บ้าน)

ผู้บริหารสูงสุดในแต่ละระดับ ได้แก่ เจ้าแขวง เจ้าเมือง และ นายบ้าน ตามลำดับ

องค์กรด้านนิติบัญญัติของ สปป.ลาว คือ สภาแห่งชาติ ซึ่งเป็นสภาเดี่ยว (unicameral) สมาชิก สภาแห่งชาติมาจากการเลือกตั้งของประชาชน วาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี ชุดปัจจุบันเป็นชุดที่ 6 ได้รับเลือกตั้งเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2549 (ค.ศ. 2006) มีสมาชิก 115 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 29 คน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป และผู้มีสิทธิได้รับเลือกตั้งได้ต้องมีอายุ 21 ปีขึ้นไป ทั้งนี้ สมาชิกสภาแห่งชาติชุดที่ 7 ซึ่งเลือกตั้งในปี 2554 มีสมาชิกเพิ่มเป็น 130 คน

สภาแห่งชาติ สปป.ลาว ประชุมสมัยสามัญ (ordinary session) ปีละ 2 ครั้ง ในช่วงต้นปี (หรือปลายปี) และกลางปี สภาแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ พิจารณาร่างกฎหมายที่รัฐบาลเสนอ และอนุมัติโครงการไฟฟ้าพลังน้ำที่ผลิตไฟฟ้าได้มากกว่า 50,000 กิโลวัตต์

ในช่วงที่ปิดสมัยประชุม คณะกรรมการประจำสภาแห่งชาติ (Standing Committee) จะทำหน้าที่แทนสภาแห่งชาติ คณะกรรมการประจำสภาแห่งชาติชุดปัจจุบันมี นางปานี ยาท่อตู้ ประธานสภาแห่งชาติเป็นประธานโดยตำแหน่ง และนายไซสมพอน พมวิหาน รองประธานสภาแห่งชาติเป็นรองประธานโดยตำแหน่ง คณะกรรมการประจำสภาแห่งชาติ มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษา และเปิดสมัยประชุมสภา

ศาลของ สปป.ลาว ประกอบด้วย ศาลประชาชนสูงสุด ศาลอุทธรณ์ ศาลประชาชนแขวง ศาลประชาชนเมือง และศาลทหาร โดยศาลประชาชนสูงสุดเป็นองค์กรพิพากษาสูงสุด ทำหน้าที่ตรวจตราคำตัดสินของศาลประชาชนท้องถิ่นและศาลทหาร ก่อนปี 2523 รัฐธรรมนูญยังไม่มีมาตราเกี่ยวกับศาล ศาลเป็นเพียงกรมหนึ่งในกระทรวงยุติธรรม และเพิ่งแยกเป็นอิสระเมื่อปี 2546 การแต่งตั้งประธานศาลประชาชนสูงสุดต้องเสนอให้สภาแห่งชาติเห็นชอบ คนปัจจุบัน คือ นายคำมี ไซยะวง


ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ

สกุลเงิน กีบ อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อมิถุนายน 2560
ประมาณ 240 กีบ : 1 บาท
GDP 14.97 พันล้าน USD (ปี 2560)
GDP per capita 2,051.05 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2560)
ทรัพยากรสำคัญ ไม้ แหล่งน้ำผลิตกระแสไฟฟ้า ยิปซั่ม ดีบุก ลิกไนต์ ทองคำ อัญมณี เหล็ก ถ่านหิน  ข้าว ข้าวโพด
อุตสาหกรรมหลัก เหมืองแร่ โครงการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ ไม้แปรรูป อุตสาหกรรมการเกษตร ก่อสร้าง เครื่องนุ่งห่ม ท่องเที่ยว
สินค้าส่งออกที่สำคัญ สินแร่ ไฟฟ้า ทองคำ เศษโลหะ ไม้ซุง ผลิตภัณฑ์ไม้แปรรูป ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
ตลาดส่งออกที่สำคัญ ไทย จีน เวียดนาม ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เยอรมนี 
สินค้านำเข้าที่สำคัญ น้ำมันเชิ้อเพลิง รถยนต์ รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เครื่องจักรกล เหล็ก
ตลาดนำเข้าที่สำคัญ ไทย จีน เวียดนาม เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์
สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปลาว น้ำมันสำเร็จรูป รถยนต์และส่วนประกอบ เหล็ก เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรกล ไก่สดแช่แข็ง เครื่องสำอาง อัญมณีและเครื่องประดับ ผลิตภัณฑ์พลาสติก สินค้าปศุสัตว์
สินค้าสำคัญที่ลาวส่งออกไปไทย เชื้อเพลิง สินแร่โลหะ เครื่องจักรไฟฟ้า ไม้ซุง ไม้แปรรูป ผักและผลไม้ พืช ปุ๋ย ลวดและสายเคเบิล เครื่องจักรไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์พลาสติก กาแฟ
การลงทุนของไทยในลาว ไทยเป็นนักลงทุนต่างชาติอันดับ 3 ในลาว(รองจากจีนและเวียดนาม) เมื่อพิจารณาจากมูลค่าการลงทุนสะสมในช่วงปี 2557-2560 จำนวน 752 โครงการ มีมูลค่าการลงทุนทั้งหมดรวม 4,494,184,613 ดอลลาห์สหรัฐ ในสาขาสำคัญ ได้แก่ พลังงานไฟฟ้า ขนส่งและโทรคมนาคม ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว ธนาคาร อุตสาหกรรมไม้แปรรูป เครื่องนุ่งห่ม และหัตถกรรม

สถิติเศรษฐกิจของ สปป.ลาว

อัตราขยายตัวของ GDP 6.79 % (ปี 2560)
รายรับของรัฐบาล ประมาณ 34,000 ล้านบาท
รายจ่ายของรัฐบาล ประมาณ 42,000 ล้านบาท

สปป.ลาว อยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคม ระยะ 5 ปีฉบับที่ 8 (ปี 2559 - 2563) ซึ่งได้ระบุนโยบายที่สำคัญในการผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ 8 ประการ ได้แก่ (1) ควบคุมเศรษฐกิจระดับมหภาคให้มีเสถียรภาพ (2) ควบคุมการจัดเก็บงบประมาณรายรับให้มีประสิทธิภาพ (3) เสริมสร้างศักยภาพด้านการวิจัยให้แก่หน่วยงานรัฐ (4) ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการลงทุน (5) ส่งเสริมการผลิตสินค้าและการบริการให้มีความหลากหลาย (6) สนับสนุนโครงการลงทุนที่ได้รับการอนุมัติและเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ (7) ปรับปรุงวิสาหกิจของรัฐให้มีความโปร่งใส รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ (8) ปรับปรุงกลไกการบริหารงานของรัฐให้มีความโปร่งใส รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ดี สปป.ลาว ได้ตั้งเป้าการพัฒนาประเทศให้หลุดพ้นจากสถานะประเทศด้อยพัฒนาภายในปี 2563

ปัจจัยที่สนับสนุนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของ สปป.ลาว ในปี 2560 คือ ธุรกิจเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ธุรกิจบริการ การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์

สปป. ลาว มีนโยบายเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ โดยประกาศใช้กฎหมายส่งเสริมการลงทุน (ฉบับปรับปรุง) 9 สาขาธุรกิจ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2559 ได้แก่ (1) อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง (2) การเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (3) อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป (4) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (5) การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (6) ธุรกิจโรงพยาบาล (7) การลงทุน การบริการ และการสาธารณูปโภค (8) ธนาคารและสถาบันการเงิน (9) ศูนย์การค้าสมัยใหม

ทั้งนี้ ผู้ที่จะเข้ามาลงทุนจะต้องมีทุนจดทะเบียนอย่างน้อย 1,200 ล้านกีบ (ประมาณ 4.8 ล้านบาท) หรือ มีนักวิชาการตั้งแต่ 30 คนขึ้นไป หรือ ใช้แรงงานลาวที่มีสัญญาจ้างอย่างน้อย 1 ปี จำนวน 5 คนขึ้นไป ตลอดจนการให้สิทธิพิเศษด้านภาษีเพิ่มเติมในการลงทุนด้านการเกษตร อุตสาหกรรม การศึกษา และโรงพยาบาล

ในด้านความช่วยเหลือจากต่างประเทศ มูลค่ารวม 559.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 18,452 ล้านบาท) จำนวน 549 โครงการ แบ่งเป็นความช่วยเหลือให้เปล่า 382.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 12,600 ล้านบาท) จำนวน 497 โครงการ และเงินกู้ 176.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8,825 ล้านบาท) จำนวน 52 โครงการ

อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ 2.30
Copyright © 2015 ROYAL THAI EMBASSY, VIENTIANE, LAO PDR.