แขวงหลวงน้ำทา

หลวงน้ำทาสร้างขึ้นเมื่อปี 1896 (ค.ศ.1353) โดยมีชื่อว่า “เมืองหัวทา” ซึ่งเป็นรัชสมัยของของพระเจ้าฟ้างุ้ม ซึ่งกำลังรวบรวมหัวเมืองน้อยใหญ่ในเขตแคว้นต่าง ๆ เข้ามาเป็นอาณาจักรลาวล้านช้างอย่างเป็นเอกภาพ

เมื่อปี 2171 (ค.ศ. 1628) เมืองหัวทาพัฒนาเป็นเมืองหลวงน้ำทา ซึ่งเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งทางภาคเหนือ มีเขตแดนถึงหลวงพระบาง เชียงแสนเก่า จีน ต่อมาในปี 2410 (ค.ศ. 1867) ฝรั่งเศสซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมได้ใส่ชื่อแขวงนี้เป็นแขวงหัวของโดยเรียกตามน้ำของ (แม่น้ำโขง) ที่ไหลมาจากทิเบต ประเทศจีน และไหลเข้าลาวที่เมืองหลวงน้ำทา จึงเรียกว่า “แขวงหัวของ” ในปี 2490 (ค.ศ. 1947) นายโจเซฟ พราก ผู้บัญชาการทหารสูงสุดฝรั่งเศสได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็นแขวงหลวงน้ำทา แต่ระหว่างปี 2505-2518 (ค.ศ. 1962-1975) ก็มีการเปลี่ยนชื่อแขวงหลวงน้ำทาอีกหลายครั้ง จนกระทั่งเมื่อมีการสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จึงใช้ชื่อแขวงหลวงน้ำทา และได้พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมมาตามลำดับ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2526 เมืองห้วยซาย เมืองต้นผึ้ง และเมืองเมิงได้แยกจากแขวงหลวงน้ำทาไปตั้งเป็นแขวงบ่อแก้ว

แขวงหลวงน้ำทา มีวัตถุโบราณ ปูชนียสถาน หลายอย่างในเขตเทศบาล เมือง และหมู่บ้านต่าง ๆ ซึ่งสามารถเป็นสถานที่ท่องเที่ยว มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เช่น ทองแดง ถ่านหิน ป่าไม้ มีเขตป่าสงวนน้ำทา และมีการขุดพบโบราณวัตถุ เครื่องใช้สอยของคนโบราณที่เมืองเวียงพูคา เช่น เครื่องปั้นดินเผา เครื่องหิน ซึ่งมักเก็บไว้ในถ้ำ เช่น ครกหิน มีด ที่กรอกยาสูบ ไห คนโท แจกัน และอื่น ๆ ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุถึงศตวรรษที่ 16

โบราณวัตถุที่สำคัญอื่นๆ เช่น พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่เมืองสิง ศิลปะล้านช้าง-ไทลื้อ แท่นพระพุทธรูป ทองสำริด พระพุทธรูปธาตุจอมสิงห์และอื่น ๆ และตามเมืองต่าง ๆ ก็มีชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่เป็นเครื่องโบราณ วัตถุของคนโบราณอีกมากมาย



แหล่งข้อมูล
  • หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่ วันที่ 30 กรกฎาคม 2010 หน้า 4 คอลัมน์ตามหาพาเที่ยว
Copyright © 2015 ROYAL THAI EMBASSY, VIENTIANE, LAO PDR.