การทำการค้า กับ สปป. ลาว





      รายการสินค้าที่ห้ามการนำเข้าและส่งออก (ตามหนังสือแจ้งการ เลขที่ 1376/กอค. กจอ ล. ว. 10 ต.ค. 2549 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2549 เป็นต้นไป)

      1.) สินค้าที่ห้ามนำเข้าและส่งออก

      สินค้าที่ห้ามนำเข้าและส่งออก เป็นประเภทสินค้าที่มีผลกระทบร้ายแรง เป็นอันตรายต่อความมั่นคง ความสงบและความปลอดภัยของชาติ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม มาตรฐานการดำรงชีวิตที่ดีของประชาชน รักษาประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ การปกป้องชีวิตและสุขภาพของมนุษย์ สัตว์หรือพืชพันธุ์ การปกป้องมรดกแห่งชาติ ทางด้านศิลปะหรือคุณค่าทางด้านสถาปัตยกรรม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การปฏิบัติพันธะภายใต้กฎบัติสหประชาชาติ การปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายใดกฎหมายหนึ่งของ สปป. ลาว ที่มีผลบังคับใช้ รายการสินค้าที่ห้ามนำเข้าและห้ามส่งออก มีดังนี้

      ก. รายการสินค้าที่ห้ามนำเข้า (มี 5 รายการ)

  1. ปืน ลูกปืน วัตถุระเบิด อาวุธสงคราม และพาหนะรับใช้สงคราม
  2. เมล็ดฝิ่น ดอกฝิ่น กัญชา
  3. ยาปราบศัตรูพืชที่มีความอันตราย
  4. เครื่องเล่นเกมที่มีผลกระทบด้านไม่ดีต่อทัศนะคติ
  5. สิ่งพิมพ์ลามกและผลิตภัณฑ์ วรรณคดีต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อวัฒนธรรมและความมั่นคงของชาติ

      ข. รายการสินค้าห้ามส่งออก (มี 9 รายการ)

  1. ปืน ลูกปืน วัตถุระเบิด อาวุธสงคราม และเครื่องมือรับใช้สงคราม
  2. เมล็ดฝิ่น ดอกฝิ่น กัญชา
  3. สัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์ ที่ห้ามส่งออกตามระเบียบกฎหมาย
  4. ไม้ท่อน ไม้เลื่อย (ไม้แปรรูป) และไม้กฤษณา (ไม้หอม) ที่ตัดจากธรรมชาติ
  5. ดอกกล้วยไม้ป่าที่ได้จากธรรมชาติ และจันได
  6. หวายเส้นทุกชนิด
  7. ขี้เจีย (สารที่ได้จากการกลั่นขี้ค้างคาว)
  8. วัตถุโบราณ วัตถุมรดกแห่งชาติทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ
  9. พระพุทธรูป เทวะรูป และสิ่งสักการะบูชาโบราณเก่าแก่

      2.) สินค้าที่ต้องขออนุญาตนำเข้าและส่งออก

ตามหนังสือแจ้งการ เลขที่ 1376/ กอค. กขอ ลว. 10 ตุลาคาม 2549 มีผลใช้บังคับตั้งแต่ 10 ต.ค. 49

      สินค้าที่ต้องขออนุญาตนำเข้าและส่งออก หมายถึง ต้องมีใบอนุญาต หรือต้องได้มีใบแสดงจากแขนงการที่เกี่ยวข้องก่อนการนำเข้า ส่งออก เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายใดกฎหมายหนึ่งของ สปป. ลาว ที่มีผลบังคับใช้ ปฏิบัติตามสนธิสัญญาใดสัญญาหนึ่ง เพื่อปฏิบัติตามระเบียบขององค์การที่ สปป. ลาว ที่สมาชิก เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของการนำใช้ เพื่อตรวจตราคุณภาพมาตรฐาน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค รายการสินค้าที่ต้องขออนุญาตนำเข้าและส่งออก มีดังนี้ :

      ก. รายการสินค้านำเข้า: มี 25 รายการ (ต้องขออนุญาตนำเข้า)

  1. สัตว์ที่มีชีวิต ปลา และสัตว์น้ำ
  2. เนื้อ ส่วนอื่น ๆ ของสัตว์ที่บริโภคได้ ผลิตภัณฑ์สัตว์ และสิ่งปรุงแต่งจากเนื้อสัตว์
  3. ผลิตภัณฑ์นม
  4. ข้าวเปลือก ข้าวสาร
  5. สิ่งปรุงแต่งจากธัญพืช สิ่งปรุงแต่งจากพืชผัก สิ่งปรุงแต่งอื่น ๆ ที่บริโภคได้
  6. เครื่องดื่ม เหล้า และน้ำส้ม
  7. อาหารที่ปรุงแต่งสำหรับเลี้ยงสัตว์
  8. ปูนซีเมนต์ มอทาร คอนกรีติ
  9. น้ำมันเชื้อเพลิง
  10. แก๊สหุงต้ม
  11. ธาตุเคมีที่ทำลายชั้นโอโซน และผลิตภัณฑ์ที่บรรจุธาตุดังกล่าว
  12. ผลิตภัณฑ์เคมีอินทรีย์
  13. ผลิตภัณฑ์การยา ยารักษาคน ยารักษาสัตว์ และอุปกรณ์การแพทย์
  14. ฝุ่นเคมี
  15. เครื่องสำอางบางประเภท
  16. ยาฆ่าแมลง ฆ่าหนู เชื้อรา
  17. ไม้เลื่อย (ไม้แปรรูป) ที่ได้ผ่านการผลิตของโรงงาน
  18. ไม้ท่อน รวมทั้งพันธุ์ไม้
  19. หนังสือตำรา และหนังสืออ่าน
  20. เพชรที่ยังไม่ได้เจียรนัย
  21. เงินแท่ง ทองคำแท่ง
  22. เหล็กเส้น และเหล็กรูปพรรณต่าง ๆ
  23. รถ และชิ่นส่วนประกอบรถเป็นคันทุกประเภท (ยกเว้นรถจักรยาน และรถไถนาเดินตาม)
  24. เครื่องเล่นเกม
  25. ธาตุระเบิด

      ข. รายการสินค้าส่งออก : มี 7 รายการ (ต้องขออนุญาตส่งออก)

  1. สัตว์ที่มีชีวิต รวมทั้งปลาและสัตว์น้ำ
  2. ข้าวเปลือก ข้าวสาร
  3. ขี้ครั่ง ยางไม้ และเครื่องป่าของดง
  4. ผลิตภัณฑ์แร่
  5. ไม้ และผลิตภัณฑ์ไม้
  6. เพชรที่ยังไม่ได้เจียรนัย
  7. ทองคำแท่ง และเงินแท่ง







1.1 สินค้าทั่วไปตามแผนการนำเข้า

      ผู้ดำเนินธุรกิจต้องเสนอแผนการนำเข้าของตนภายใน 6 เดือน หรือ 1 ปี แจ้งให้แผนกอุตสาหกรรมและการค้าแขวง หรือนครหลวงเวียงจันทน์รับทราบ และนำแผนดังกล่าวไปแจ้งที่ศูนย์ One Stop Serviceในการนำเข้าสินค้าแต่ละครั้ง

1.2 รถและส่วนประกอบของรถ

      ยื่นเอกสารต่อกระทรวงโยธาธิการและขนส่ง เพื่อขออนุญาตด้านเทคนิค ส่วนอะไหล่และส่วนประกอบของรถต้องยื่นเอกสารขออนุญาตผ่านกรมการนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า แล้วนำเอกสารดังกล่าวไปยื่นกรมภาษี (กรมศุลกากร) เพื่อเสียภาษีและอากรต่าง ๆ ตามระเบียบ หลังจากนั้นนำเอกสารทั้งหมดคืนไปที่กรมการนำเข้าและส่งออก เพื่อขอใบอนุญาตนำเข้าและนำไปแจ้งต่อศูนย์ One Stop Service

1.3 สินค้าหวงห้าม

      เอกสารที่ต้องใช้ ได้แก่ ใบเสนอ ใบแจ้งราคาสินค้า (Invoice) และเอกสารแสดงรายการบรรจุหีบห่อ (Packing List) นำไปยื่นต่อกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะนำไปเสนอต่อสำนักงานนายกรัฐมนตรีเพื่อขออนุญาต เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ผู้นำเข้าต้องนำเอกสารดังกล่าวไปแจ้งต่อศูนย์ One Stop Service

1.4 สินค้าแขนงการคุ้มครอง

      เอกสารที่ต้องใช้ ได้แก่ ใบเสนอ ใบแจ้งราคาสินค้า (Invoice) และเอกสารแสดงรายการบรรจุหีบห่อ (Packing List) นำไปยื่นต่อแขนงการที่เกี่ยวข้อง (กระทรวง หรือแผนกที่เกี่ยวข้องของแขวง หรือนครหลวงเวียงจันทน์) เมื่อได้รับอนุญาตแล้วให้นำเอกสารดังกล่าวไปแจ้งต่อศูนย์ One Stop Service ประจำด่าน เพื่อขอนำเข้าสินค้า




2.1 สินค้าทั่วไป

      ผู้ดำเนินธุรกิจต้องเสนอแผนการนำเข้าของตนภายใน 6 เดือน หรือ 1 ปี แจ้งให้แผนกอุตสาหกรรมและการค้าแขวง หรือนครหลวงเวียงจันทน์รับทราบ และนำแผนดังกล่าวไปแจ้งที่ศูนย์ One Stop Serviceในการนำเข้าสินค้าแต่ละครั้ง

2.2 สินค้าคุ้มครองโดยกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า

      ได้แก่ เพชรหยาบ และเพชรที่เจียระไนแล้ว ให้นำเอกสารไปยื่นต่อกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า เพื่อขอใบอนุญาตส่งออก จากนั้นจึงนำเอกสารดังกล่าวไปยื่นต่อศูนย์ One Stop Service ประจำด่าน เพื่อขอตรวจตราและปล่อยสินค้า

2.3 สินค้าหวงห้าม

      เอกสารที่ต้องใช้ ได้แก่ ใบเสนอ ใบแจ้งราคาสินค้า (Invoice) และเอกสารแสดงรายการบรรจุหีบห่อ (Packing List) นำไปยื่นต่อกระทรวงที่เกี่ยวข้อง กระทรวงที่เกี่ยวข้องนำไปเสนอต่อห้องว่าการสำนักงานนายกรัฐมนตรีเพื่อขออนุญาต เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ผู้นำเข้าต้องนำเอกสารดังกล่าวไปแจ้งต่อศูนย์ One Stop Service ประจำด่าน เพื่อขอตรวจตราและปล่อยสินค้า

2.4 สินค้าแขนงการคุ้มครอง

      เอกสารที่ต้องใช้ ได้แก่ ใบเสนอ ใบแจ้งราคาสินค้า (Invoice) และเอกสารแสดงรายการบรรจุหีบห่อ (Packing List) นำไปยื่นต่อแขนงการที่เกี่ยวข้อง (กระทรวง หรือแผนกการของแขวงหรือนครหลวงเวียงจันทน์) เมื่อได้รับอนุญาตแล้วให้นำไปแจ้งต่อศูนย์ One Stop Service เพื่อตรวจตราและปล่อยสินค้าขาออก