มันสำปะหลังและยางพารา พืชเศรษฐกิจใหม่ของ สปป. ลาว

มันสำปะหลังและยางพารา พืชเศรษฐกิจใหม่ของ สปป. ลาว

สปป. ลาวเป็นประเทศที่ภาคเกษตรกรรมเป็นแหล่งรายได้หลักของประชาชน โดยในปี 2564 รายได้จากภาคการเกษตรคิดเป็นร้อยละ 16 ของ GDP โดยรัฐบาล สปป. ลาวได้กำหนดให้แผนการส่งเสริมภาคการเกษตร เลี้ยงสัตว์ และปลูกพืชเชิงพาณิชย์เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (2564 – 2568) เพื่อให้สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้อย่างน้อย 1,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยพืชส่งออกหลักของ สปป. ลาว ได้แก่ มันสำปะหลัง ยางพารา กล้วย กาแฟ (ยังไม่แปรรูป) ข้าวโพด และข้าว นอกจากนี้ การส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรเพื่อทดแทนการนำเข้ายังเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของวาระแห่งชาติเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจและการคลังอีกด้วย

ผลผลิตทางการเกษตรเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของ สปป. ลาว ไม่เพียงเพื่อการบริโภคเท่านั้น แต่ยังถูกนำไปใช้ในการเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งเป็นแหล่งวัตถุดิบป้อนโรงงานอุตสาหกรรมอีกด้วย โดย สปป. ลาวมีพื้นที่ และสภาพอากาศที่เหมาะสมต่อการเพราะปลูกพืชได้หลากหลายชนิด ประชากรส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ตามข้อมูลการสำรวจสถิติเกษตรทั่วประเทศ ครั้งที่ 3 ระบุว่า ในปี 2564 สปป. ลาว มีครัวเรือนที่ทำการเกษตรทั้งหมด 644,000 ครัวเรือนคิดเป็นร้อยละ 48.94 ของจำนวนครัวเรือนทั่วประเทศ (1,315,760 ครัวเรือน) และตามการสำรวจและแบ่งเขตพื้นที่ด้านการเกษตรในระดับแขวงและเมืองทั่วประเทศ ระบุว่า สปป. ลาวมีพื้นที่ทำการเกษตรทั้งหมด 4.5 ล้านเฮกตาร์ คิดเป็นร้อยละ 19 ของพื้นที่ทั่วประเทศ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทย่อย ได้แก่ (1) พื้นที่ราบ เหมาะสำหรับการทำนาและปลูกพืชล้มลุกอายุสั้น เนื้อที่ประมาณ 2 ล้านเฮกตาร์ (2) พื้นที่ลาดชันปานกลาง ชั้นดินลึกเหมาะแก่การปลูกพืชที่เพื่อการบริโภค อาทิ ข้าวโพด ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ผลไม้ พืชอุตสาหกรรมหรือพืชเศรษฐกิจประเภทอื่นประมาณ 1.8 ล้านเฮกตาร์ และ (3) พื้นที่ดินที่เป็นทุ่งหญ้าธรรมชาติเหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์ใหญ่ประมาณ 0.65 ล้านเฮกตาร์ นอกจากนี้ ยังพื้นที่เป็นเขตป่าไม้พุ่มประมาณ 1.14 ล้านเฮกตาร์ที่สามารถเลี้ยงสัตว์ใหญ่ได้

ในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ราคาสินค้าประเภทพืชเพื่อการบริโภคและสินค้าเกษตรในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น โดยการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าดังกล่าวส่งผลดีต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของ สปป. ลาว ซึ่งในปี 2564
มันสำปะหลัง ยางพาราและกล้วย กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกสูงเป็นอันดับต้น ๆ โดยส่งออกมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นจาก 200.94 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 เป็น 274.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 36.39 ยางพาราเพิ่มขึ้นจาก 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 เป็น 269.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 17.3 และกล้วยเพิ่มขึ้นจาก 187.77 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2563 เป็น 235.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐคิดเป็นร้อยละ 25.95 และในช่วงเดือน ม.ค. – พ.ค. 2565 สปป. ลาวส่งออกมันสำปะหลังไปไทยมูลค่า 218.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 89.52 ของมูลค่าการส่งออกมันสำปะหลังทั้งหมดของ สปป. ลาว กล้วยมูลค่า 135,000 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 0.1 ของมูลค่าการส่งออกกล้วยทั้งหมด โดยยังไม่มีตัวเลขการส่งออกยางพาราไปไทย

GDP สปป.ลาว ในปี 2564 ประมาณ 18.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รายการ
(ดอลลาร์สหรัฐ)
2561 2562 2563 2564 ม.ค. – พ.ค.2565
มันสำปะหลัง 85,489,000 111,491,000 200,947,000 274,084,000 244,029,000
ยางพารา 168,159,000 217,486,000 230,000,000 269,815,000 110,945,000
กล้วย 111,999,000 197,842,000 186,776,000 235,242,000 125,122,000

ข้อมูล กรมนำเข้าและส่งออก กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สปป. ลาว

การปลูกมันสำปะหลังใน สปป. ลาวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยในปี 2558 สปป. ลาวมีเนื้อที่ปลูกมันสำปะหลัง 45,600 เฮกตาร์ สามารถผลิตได้ 1,513,920 ตัน และในปี 2563 ขยายเป็น 112,450 เฮกตาร์ ผลผลิตได้ 3,390,000 ตัน เนื่องจากอุตสาหกรรมการแปรรูปมันสำปะหลังได้รับความนิยมอย่างมากเป็นที่ต้องการของตลาดเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร ยา อาหารสัตว์ สารให้ความหวาน เครื่องนุ่งห่ม กระดาษและอื่น ๆ พื้นที่ปลูกมันสำปะหลังส่วนใหญ่อยู่ในแขวงไซยะบูลี รองลงมาได้แก่ สาละวัน จำปาสักและบอลิคำไซ ตามลำดับ ตลาดส่งออกมันสำปะหลังที่สำคัญของ สปป. ลาวได้แก่ ไทย เวียดนาม และจีน จึงเป็นการบ่งชี้ว่าตลาดมันสำปะหลังมีโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มจะกลายมาเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของ สปป. ลาว ในอนาคต

ขณะที่ ปัจจุบัน สปป. ลาวมีพื้นที่ปลูกยางพาราทั้งหมด 294,123 เฮกตาร์ โดยส่วนใหญ่บริษัทลงทุนปลูกเองในรูปแบบเช่า-สัมปทานที่ดินจากรัฐจำนวน 131,610 เฮกตาร์ บริษัทส่งเสริมประชาชนปลูกแบบเกษตรพันธสัญญา Contract Farming รูปแบบ 2+3 (2 คือประชาชนลงทุนในส่วนของที่ดินและแรงงาน +3 คือบริษัทลงทุนด้วยเงินทุน เทคโนโลยีและหาตลาดรองรับ) จำนวน 59,758 เฮกตาร์และประชาชนปลูกเอง 102,755 เฮกตาร์ โดยยางพาราเป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท อาทิ อุตสาหกรรมยางรถยนต์ อุปกรณ์เครื่องมือทางการแพทย์ เครื่องมือในชีวิตประจำวันและอื่น ๆ พื้นที่ปลูกยางพาราส่วนใหญ่อยู่ในเขตภาคเหนือแขวงหลวงน้ำทาอุดมไซ รองลงมาคือภาคกลางและภาคใต้ ตามลำดับ ตลาดส่งออกยางพาราที่สำคัญของ สปป. ลาว ได้แก่ เวียดนาม จีนและไทย ด้วยความหลากหลายในการแปรรูปและความต้องการของตลาดทำให้ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ที่น่าจับตามองของ สปป. ลาว เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามันสำปะหลังและยางพาราเป็นพืชอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการแปรรูป การสร้างมูลค่าเพิ่มและเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของหลายประเทศ ยางพาราและมันสำปะหลังยังถือเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่
ใน สปป. ลาวและยังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน อาทิ (1) ชาวเกษตรกรยังขาดองค์ความรู้ด้านเทคนิคเกี่ยวกับระบบการปลูกมันสำปะหลังแบบยั่งยืน ส่วนใหญ่ปลูกตามธรรมชาติบางพื้นที่ได้ผลผลิตน้อยและไม่มีคุณภาพ จึงยังไม่ตรงตามความต้องการของโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปที่ส่วนใหญ่ต้องการหัวมันสำปะหลังที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังมีปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนเพื่อปลูกมันสำปะหลังอีกด้วย (2) ไม่มีมาตรการในการคุ้มครองราคาซื้อ-ขายยางพารา (3) ข้อจำกัดด้านแรงงานและเครื่องมือที่ทันสมัย (4) การจัดสรรการใช้ที่ดินยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เนื่องจากบางพื้นที่ไม่ปลูกผลผลิตเพื่อการบริโภคชนิดอื่นให้มีความหลากหลาย อีกทั้งความต้องการใช้ที่ดินสำหรับการปลูกพืชเศรษฐกิจมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ใช้ที่ดินเพื่อผลิตพืชเพื่อการบริโภคลดลง และ (5) การพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เกี่ยวเนื่องกับการอนุรักษ์ธรรมชาติยังเป็นสิ่งท้าทาย โดยเฉพาะปัญหาการเสื่อมโทรมของที่ดินเนื่องจากการใช้สารเคมีที่เพิ่มขึ้นและอื่น ๆ เมื่อพิจารณาถึงปัจจัยและความท้าทายข้างต้น จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดถึงโอกาสและการเติบโตของพืชเศรษฐกิจใหม่ที่สำคัญทั้งสองชนิดว่าจะสามารถเติบโตและเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรมากน้อยอย่างไรในอนาคต

ข้อมูลอ้างอิง
ยุทธศาสตร์การพัฒนากสิกรรมจนถึงปี 2568 และวิสัยทัศจนถึงปี 2573
https://eriit.moic.gov.la/researcheriitlao/
https://www.laophattananews.com/archives/125361

ประกาศและประชาสัมพันธ์